2006/Dec/06

Part 5

โชคชะตา เผยความจริงแม้ไม่อยากรับรู้

แจจุง เสียงเรียกที่คุ้นหูหยุดคำถามที่กำลังจะถามออกไป แจจุงหันกลับไปมองต้นเสียงพร้อมรอยยิ้มเพราะรู้อยู่แล้วว่าใครคือเจ้าของเสียงทุ้มนั้น ร่างสูงเจ้าของเส้นผมสีดำขลับซอยสั้นและใบหน้าคมคาย ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสวมทับด้วยเสื้อไหมพรมสีน้ำทะเลที่ดูคุ้นตายืนยิ้มอยู่

รุ่นพี่ เสียงหวานเอ่ยเรียกใครอีกคนที่ยืนอยู่อีกฝั่งของสนามพร้อมรอยยิ้ม ร่างบางรีบลุกขึ้นยืน มือเล็กปัดเศษหญ้าตามกางเกงสียีนส์สีซีดของตัวเอง รองเท้าสีน้ำเงินเข้มก้าวเข้ามาใกล้ แจจุงเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะถอยตัวเองออกเล็กน้อยด้วยความตกใจ เมื่อจมูกของตนเกือบจะชนกับปากของเจ้าของใบหน้าคุ้นตาที่ยืนยิ้มอยู่

ปัดเบาแบบนั้นเมื่อไรจะออกหมดล่ะ? พี่ช่วยมั้ย แจจุง? น้ำเสียงทุ้มนุ่มละมุนถามพร้อมรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยน นัยน์ตาสีดำดูคมเข้มนั้นสะท้อนภาพใบหน้าหวานใสของคนรัก มือแข็งแรงประคองแขนเล็กนั้นไว้หลวมๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปปัดเศษหญ้าตามกางเกงให้ร่างบางที่ยืนอยู่ตรงหน้า การกระทำเล็กน้อยที่ดูอ่อนโยนนี้กำลังทำให้ร่างบางที่ยืนนิ่งอยู่แก้มเรื่อสีขึ้นมา

ร่างสูงมองคนตรงหน้าที่ก้มหน้าก้มตาอยู่ ประคองใบหน้านั้นเบาๆ ไล้มือบนแก้มใสที่แดงระเรื่อ เกลี่ยเส้นผมสีดำนุ่มมือนั้นให้เข้าที่ ก่อนยิ้มเล็กน้อยให้คนตรงหน้า

เรียบร้อยแล้วครับ เจ้าหญิง แกล้งกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู เรียกอีกฝ่ายด้วยชื่อที่รู้กันเพียงสองคน ชื่อที่เป็นความลับของความรักที่มีเพียงฉันและเธอที่รู้มัน

รุ่นพี่อ่ะ มือเล็กๆ ตีที่แขนของอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข...

สายลมแผ่วเบาพัดพาอากาศหนาวไล้ผ่านความรักที่อบอุ่นของคนสองคน รอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าทั้งสอง สนามหญ้าสีเขียวสดทอรับแสงแดดอ่อนรำไร งดงามดังฉากนึงของหนังรักโรแมนติก

หนังรักที่หลายครั้งก็ทำให้ใครบางคนร้องไห้...

อากาศหนาวเหน็บ หิมะสีขาวถมทับถนนสีเทาเข้มให้จมหายไป เพราะเป็นปิดเทอมใหญ่ทำให้นักเรียนส่วนใหญ่เลือกที่จะกลับบ้านมากกว่าอยู่ที่หอ อาคารเรียนทรงสวยด้วยศิลปะยุคเก่าดูเงียบเหงาด้วยสีขาว เสียงคุยกันที่เคยอื้ออึงกลับแผ่วเบาลงจนคล้ายเสียงกระซิบ ไม่มีผู้คนเดินเบียดเสียดตามทางเดินเพื่อจะไปเรียนวิชาต่างๆ ...มีเพียงความเงียบเท่านั้น

กระดาษสีรุ้งประดับตามประตู ข้อความแสดงความยินดีที่ถูกแขวนอยู่ตรงทางเดินนั้นเอียงจนเหมือนกำลังจะหลุดลงมา รูปถ่ายรวมรุ่นนักเรียนใบยาวอยู่ในกรอบไม้ขนาดใหญ่เรียงอยู่บนกำแพงสีครีมของห้องสมุด นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มกวาดมองภาพใบหน้าที่คุ้นตาอยู่บนรูป ทุกคนล้วนแต่มีใบหน้ายิ้มแย้มด้วยความสุข เมื่อก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาเพื่อไปสู่มหาวิทยาลัยหรือเส้นทางที่ตนเลือกไว้

ภาพเด็กหนุ่มในชุดสีดำยาวพร้อมแถบสีแดงทีข้างเสื้อและหมวกสีดำกำลังแย้มยิ้มให้กับกล้อง ข้างๆ นั้นมีเด็กหนุ่มร่างสูงเจ้าของเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนยืนยิ้มอยู่ข้างๆ มือข้างนึงถือม้วนกระดาษสีขาวสะอาดไว้
นิ้วเรียวเล็กเอื้อมไปแตะที่รูปนั้นเบาๆ ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงไอเย็นบนกระจกใส เด็กหนุ่มตัวเล็กเจ้าของเส้นผมสีแดงเข้มข้างหน้าตัดกับผมสีดำที่เรียงตัวสลวยคลอเคลียแก้มใสซุกใบหน้าลงกับผ้าพันคอผืนหนา นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มนั้นจับจ้องภาพตรงหน้า ก่อนเอ่ยชื่อใครบางคนที่อยู่ในรูปขึ้นมา

ยูชุน

เสียงนักเรียนคุยกันอย่างสนุกสนานแข่งกับเสียงอาจารย์ที่ยืนอยู่ข้างล่างแสตนด์ไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นมาชั่วคราวสำหรับการถ่ายรูปรุ่นในวันนี้ จุนซูมองเพื่อนสนิทผมทองที่กำลังคุยกันอย่างออกรสถึงเรื่องการรับใบประกาศเมื่อครู่เมื่อจู่ๆ แอนดรูว์ก็แหกปากบอกรักรุ่นน้องหน้าตาน่ารักกลางเวที และแน่นอนว่าความทุกข์ของเพื่อนคือความสุขของเราในความคิดของโทมัสและสตีฟ จุนซูส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนที่รอยยิ้มบางๆ จะจางหายไป...

เป็นอะไรไป? เสียงทุ้มคุ้นหูกระซิบถาม จุนซูเงยหน้าขึ้นก่อนจะพยายามฝืนยิ้มออกมา แต่สิ่งที่ได้กลับกลายเป็นรอยยิ้มที่ดูไร้อารมณ์และเศร้าหมอง ยูชุนมองใบหน้าเศร้าหมองของคนตรงหน้า ก่อนเอื้อมมือไปแตะเบาๆ บนไหล่บางนั้น

จุนซูมองใบหน้าคุ้นตาที่สว่างใสด้วยแสงแดดที่ตกกระทบ นานแค่ไหนแล้วที่ทำได้เพียงแค่มองใบหน้านี้เงียบๆ หลายวันคืนที่แลกเปลี่ยนความรู้สึกและมิตรภาพให้แก่กันและกัน มองรอยยิ้มของริมฝีปากอิ่มสวยนั้น รับฟังเรื่องราวทั้งสุขและทุกข์ของคนคนนี้ ทั้งหัวเราะและร้องไห้ร่วมกัน ความรู้สึกผูกพันที่มีเพิ่มขึ้น จนวันนึงมันมากขึ้นเรื่อยๆ ...มากขึ้นเสียจนความรู้สึกนั้นมากเกินกว่าคำว่าเพื่อนไป...

นี่พวกเราเรียนจบนะ ยิ้มหน่อยสิ สบตากับนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มนั้น ก่อนบอกร่างเล็กด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน จัดหมวกสีดำที่อีกฝ่ายสวมอยู่ให้เข้าที่ ก่อนหยิกเบาๆ ที่แก้มยุ้ยของจุนซู คนตัวเล็กปัดมือเรียวออก พร้อมสีหน้าเอาเรื่อง มือเล็กหมายจะตีอีกฝ่ายแรงๆ แต่ก็สู้แรงมือแข็งแรงไม่ได้ ได้แต่ทำหน้าฮึดฮัดไม่พอใจ จนอีกฝ่ายหัวเราะออกมา

เสียงหัวเราะที่ฟังดูจริงใจ อ้อมแขนที่โอบกอดยามเหงา น้ำเสียงที่ปลอบโยนให้เข้มแข็ง ความอ่อนโยนของคนคนนี้...

พอรู้ตัวอีกครั้ง...ก็ไม่สามารถหันหลังกลับไปได้อีกแล้ว

ยูชุน... แขนเล็กๆ นั้นหยุดการขัดขืน ดวงตาสีน้ำตาลหรุบต่ำ เสียงพูดคุยที่ยังคงดังอยู่กลับเงียบเชียบจนเหมือนเหลือเพียงแค่เค้ากับยูชุนเท่านั้น

หืม? เสียงขานรับที่อบอุ่นและเคยคุ้น ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองสีหน้าของอีกฝ่าย จุนซูเพียงแค่ก้มหน้ามองรองเท้าของตัวเองเท่านั้น

นักเรียนทุกคนหันหน้าไปทางกล้องได้แล้ว จะถ่ายรูปกันแล้ว เสียงตะโกนของอาจารย์ที่ยืนอยู่ข้างล่างนั้นทำให้มือเรียวนั้นปล่อยข้อมือเล็กๆ นั้นออก ก่อนทั้งสองคนจะหันไปมองทางกล้องสีดำตัวสวยที่ตั้งอยู่ ช่างถ่ายรูปร่างท้วมอยู่ในเสื้อกันหนาวสีน้ำเงินเข้มตัวหนากำกับตำแหน่งของภาพให้ดูเข้าที่

พอเรียนจบไปเราจะได้เจอกันเหมือนเดิมมั้ย? ถามออกไปด้วยเสียงสั่นเครือเหมือนเด็กโง่ที่กำลังจะร้องไห้เพราะเรื่องแค่นี้ ยูชุนหันกลับไปมองเพื่อนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆ ใบหน้านั้นก้มต่ำลงรู้สึกถึงไหล่เล็กๆ ที่สั่นน้อยๆ ริมฝีปากบางนั้นเม้มแน่นเพื่อห้ามน้ำตาที่กำลังจะไหลลงมา

แน่นอนสิ ตอบเสียงเบา ไล้นิ้วโป้งเช็ดน้ำตาให้อีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ก่อนถอนใจออกมาแรงๆ คล้ายกับลำคอนั้นร้อนผ่าว ยูชุนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ากว้างก่อนกระพริบตาถี่ๆ ...เสียงคุยกันเงียบลง ทุกคนมองไปที่กล้องพร้อมกับยิ้มออกมา หากแต่จุนซูกลับมองกล้องด้วยสีหน้าที่เศร้าหมอง

โอเคครับ มองกล้องนะครับ
ยิ้มสิ จุนซู...วันนี้นายเรียนจบนะ...คิม จุนซู ยิ้มหน่อยสิ แบบนี้เหมือนไม่ใช่ตัวนายเลยนะ

หนึ่ง
เรียนจบแล้ว ก้าวไปอีกก้าวแล้ว นายควรจะดีใจไม่ใช่เหรอ?

สอง
ถ้าก้าวต่อไปไม่มียูชุน...สู้อยู่แบบนี้ไปจะไม่ดีกว่าเหรอ...

ไม่ทันที่จะคิดอะไรต่อก็รู้สึกถึงความอบอุ่นและแรงกระชับที่มือของตน มือเรียวที่กำลังเกาะกุมนั้นกระชับแน่น มองใบหน้าด้านข้างของอีกฝ่ายนิ่ง ริมฝีปากอิ่มขยับเล็กน้อย เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา...หากแต่จุนซูกลับได้ยินชัด มือเรียวเล็กกระชับแน่นแทนคำตอบ

สาม สิ้นเสียงนับ เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นแสงแฟลชสว่างจ้าสะท้อนขึ้น ทุกคนยืนนิ่งอยู่แบบนั้นพักนึงก่อนที่เสียงคุยจะดังขึ้นมาอีกครั้งเมื่อตากล้องยกมือแทนสัญลักษณ์ว่าการถ่ายรูปสิ้นสุดลง

ได้สินะ? ยูชุนถามขึ้นมา ก่อนหันไปมองคนตัวเล็กที่กำลังยิ้มอยู่ จุนซูพยักหน้ายิ้มๆ มือทั้งสองยังคงกระชับแน่นไม่ปล่อย สบตากันก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่สดใสราวกับกระดิ่งที่ลั่นดังเพื่อคำสัญญาของคำว่าตลอดไป...

...

หยดน้ำใสเอ่อล้นนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม ภาพตรงหน้าพร่าเลือนลงไป จุนซูหลับตาลงช้าๆ ขับหยดน้ำตาให้รินไหลลงมาช้าๆ ไหล่บางเล็กสั่นสะท้าน...ทางเดินข้างห้องสมุดที่เคยวุ่นวายกลับเงียบสงัดและไร้ซึ่งผู้คน มีเพียงร่างเล็กในเสื้อโค้ทสีน้ำตาลอ่อนเท่านั้นที่กำลังยืนอยู่...มือเล็กเอื้อมไปข้างกายหวังเพียงอยากจะคว้ามือของคนที่เฝ้าคิดถึงไว้...แต่สิ่งที่สัมผัสได้กลับมีเพียงความว่างเปล่า

ความว่างเปล่าและความเงียบเหงาที่เกิดจากความคิดถึง
ความคิดถึงที่ทำให้ร้องไห้ออกมา...ด้วยความรัก

นี่...เราจะก้าวไปด้วยกัน...ตลอดไป...ได้มั้ย?

ฉันต่างหากที่อยากจะถามคำถามนั้น
ถ้านายรู้ความรู้สึกของฉัน เราจะยังก้าวไปด้วยกันได้อีกมั้ย?

เสียงเพลงประจำมหาวิทยาลัยจากลำโพงที่ตัวตึกสูงดังแข่งกับเสียงผู้คนนับร้อยที่กำลังเดินอยู่เบื้องล่าง สนามฟุตบอลขนาดกว้างถูกจัดให้เป็นสถานที่สำหรับแนะแนวนักศึกษาใหม่ ซุ้มขายของของแต่ละคณะดูคลาคล่ำไปด้วยนักศึกษาทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้อง ซุ้มประชาสัมพันธ์ชมรมต่างๆ ดูจะคึกคักเป็นพิเศษด้วยเสียงเพลงและการแต่งกายของเหล่าสมาชิกรุ่นพี่ ทั้งเสียงเพลงและเสียงผู้คนล้วนแต่ทำให้งานเปิดโลกในวันนี้ดูครึกครื้น

เนินสนามหญ้าสีเขียวริมสนามฟุตบอลข้างตึกเรียนและต้นไม้ใหญ่ดูคล้ายกำลังหลีกหนีความวุ่นวายเบื้องล่างนั่น ร่างบางในชุดเสื้อกันหนาวสีเทาเข้มและกางเกงยีนส์สีซีดกำลังยืนคุยกับชายร่างสูงเจ้าของใบหน้าคมคายด้วยรอยยิ้ม บทสนทนาที่แสนธรรมดากลับดูอบอุ่นเมื่อคนตรงหน้าคือคนรัก

แล้วนี่รุ่นพี่จะมีแข่งบาสอีกมั้ยครับ? ถามขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้ ถึงแม้ว่าจะพึ่งแข่งเสร็จไป แต่เพราะเป็นกัปตันทีม และหัวหน้าชมรมอาจทำให้ต้องมีแข่งบ่อยมากกว่าปกติ

อืม ก็มีน่ะ พอเปิดเรียนมาก็ต้องแข่งเปิดชมรมแล้วก็...อืม...มีอะไรอีกมั้ยนะ พี่ยุนโฮ? เงยหน้าขึ้นไปถามเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้างๆ เรียกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงล้อเลียน ทำเอาเจ้าของชื่อหันขวับมาทันตา พร้อมส่งสายตาอาฆาตมาให้แทนคำตอบ

ดูทำหน้าเข้าสิ พี่ยุนโฮ เดี๋ยวน้องๆ ก็กลัวหมดหรอก แกล้งทำเสียงหวานทั้งๆ ที่รู้ว่ามันไม่ได้เข้ากับใบหน้าของตัวเองเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวโตทำท่าเหมือนกำลังจะมาบีบคอเค้า

ไอ้เจคิม หยุดหัวเราะเลยนะเว้ย! ยุนโฮโวยวายเอื้อมมือหมายจะอัดเข้าที่แขนอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนเพื่อนตัวแสบจะไวกว่า ขายาวๆ รีบก้าวไปหลบหลังคนรักตัวเล็ก แจจุงทำได้เพียงแค่หัวเราะออกมาเบาๆ กับอาการที่เหมือนเด็กๆ ของทั้งสองคนเท่านั้น ก่อนจะหันหน้าไปสบตากับชางมินที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก ชางมินพยักหน้าเล็กน้อยเหมือนต้องการจะบอกอะไร

เอาแจจุงมากันอยู่เรื่อยเลยนะ ฝากไว้ก่อนแล้วกัน ชี้หน้าเพื่อนตัวสูงที่ยืนทำหน้ากวนประสาทอยู่หลังคนหน้าหวาน ก่อนจะยอมถอยออกไป

อ่ะ จริงสิ...รอเดี๋ยวนะครับ แจจุงเอ่ยขึ้น ผละตัวเองออกห่างจากเจคิมเล็กน้อย มือเล็กค้นหาของในกระเป๋าสีขาวสะอาดที่สะพายอยู่ ก่อนจะหยิบกล่องของขวัญใบเล็กให้คนตรงหน้า ร่างสูงรับมาก่อนมองสลับไปมาระหว่างกล่องของขวัญและใบหน้าของคนรัก

ของขวัญที่รุ่นพี่แข่งบาสชนะไงครับ ตอบคำถามที่ปรากฏขึ้นอยู่บนใบหน้าของอีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้มสดใส รอยยิ้มที่ทำให้ใครหลายคนต้องยิ้มตามอย่างห้ามไม่ได้

พี่แกะเลยได้มั้ยเนี่ย? ถามพร้อมกับยกกล่องของขวัญขึ้นเขย่าเบาๆ ไม่ได้ยินเสียงอะไรออกมา แต่น้ำหนักที่มีอยู่เพียงเล็กน้อยก็พอจะให้รู้ว่านี่ไม่ใช่กล่องเปล่า และแจจุงก็ไม่ใช่คนที่ชอบเล่นอะไรแผลงๆ แบบนี้อยู่แล้วด้วย แจจุงพยักหน้าเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มนั้นเป็นประกายคล้ายกับกำลังตื่นเต้นว่าอีกฝ่ายจะถูกใจกับของขวัญมั้ย ริมฝีปากบางเม้มเข้ากันเล็กน้อยอย่างติดเป็นนิสัย

ไหนดูสิ ว่าแจจุงจะให้อะไรพี่ พึมพำเสียงเบา ค่อยๆ แกะโบว์สีเงินออกอย่างช้าๆ ก่อนเก็บใส่ไว้ในกระเป๋าที่เปิดไว้ กระดาษห่อของขวัญเนื้อเรียบสีน้ำเงินเข้มถูกแกะออก และพับเก็บอย่างดี ก่อนจะถูกเก็บไว้ในกระเป๋าช่องเล็กเหมือนกับริบบิ้นเมื่อครู่ กล่องลูกฟูกสีน้ำตาลแก่อยู่ในมือเรียว ร่างสูงเปิดฝากล่องออกก่อนจะดึงของข้างในออกมา

.....นี่....? จ้องมองตุ๊กตาสีน้ำตาลหน้าตาคล้ายหมาผสมหมีที่อยู่ปลายพวงกุญแจพลาสติกสีฟ้าอ่อน คิ้วได้รูปขมวดเข้าหากัน เหมือนกับเคยเห็นที่ไหนกันนะ....

แทสมาเนียน เดวิล

แทสมาเนียน เดวิล? ทวนคำพูดของแจจุงงงๆ ก่อนหันกลับไปมองที่ตุ๊กตาอีกครั้ง ร่างบางหัวเราะออกมาเบาๆ กับสีหน้าของคนรัก

เจ้าตัวนี้น่ะ ชื่อแทสมาเนียน เดวิลครับ เป็นตัวการ์ตูนของลูนี่ย์ ทูนส์ไงครับ รุ่นพี่รู้จักมั้ยครับ? นิ้วเรียวเล็กชี้ไปที่ตุ๊กตาหน้าตาประหลาดก่อนอธิบายด้วยเสียงใสๆ เจคิมมองใบหน้าหวานที่ดูกระตือรือร้นนั้นยิ้มๆ

พี่ไม่ค่อยได้ดูการ์ตูนเท่าไรน่ะ น่ารักดีนะเจ้าแทสอะไรเนี่ย เจคิมบอกพร้อมกับมองตุ๊กตาหน้าตาประหลาดอีกครั้ง ดูไปดูมามันก็ดูน่ารักดีนะเนี่ย ถึงจะมีเขี้ยวแล้วก็อ้วนไปหน่อยก็เถอะ

แทสมาเนียนน่ะ วิ่งเร็วมาก แล้วก็หมุนตัวเป็นไต้ฝุ่นได้ อืม...ยังไงดีล่ะเร็วเหมือนไต้ฝุ่นน่ะครับ เหมือนรุ่นพี่ไง แจจุงอธิบายอย่างวกวนก่อนจะพยายามสรุปให้จบลงที่เหตุผลที่เค้าเลือกพวงกุญแจตุ๊กตานุ่มมือนี้มาให้เป็นของขวัญกับเจคิม

พี่คิดว่าให้เพราะว่าพี่หน้าตาประหลาดเหมือนเจ้าตัวนี้ซะอีก พูดอย่างติดตลก ก่อนหัวเราะออกมาเบาๆ เจคิม กัปตันทีมบาสของมหาวิทยาลัย เป็นดาวเด่นในสนามแข่งคู่กับเพื่อนสนิทอย่างยุนโฮ เพราะฝีเท้าและการหลบหลีกทีมตรงข้ามได้รวดเร็วจึงได้รับฉายาว่า ไต้ฝุ่น และนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมแจจุงถึงได้เลือกตุ๊กตานี้เป็นของขวัญ

ไม่ใช่ครับ ผมหมายถึงรุ่นพี่น่ะวิ่งเร็วต่างหาก แจจุงรีบอธิบายด้วยความกังวลจนเจคิมหัวเราะออกมา

พี่รู้แล้ว ล้อเล่นหรอกน่า โอ้ยๆ พูดยังไม่ทันจบก็ต้องรีบถอยตัวหนีจากฝ่ามือเล็กๆ ของอีกฝ่ายที่ฟาดลงมาบนแขน แจจุงทำแก้มป่องใส่ร่างสูงอย่างไม่พอใจเล็กน้อย จนอีกฝ่ายต้องรีบมาง้อ

ขอโทษน้า ไม่โกรธนะครับ...นะครับ...น้า? แกล้งทำน้ำเสียงน่าสงสาร ลอบมองใบหน้าหวานที่บึ้งตึงก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเห็นรอยยิ้มบางๆ บนแก้มใสนั้น รู้อยู่แล้วว่าแจจุงไม่โกรธจริงๆ หรอก ยกนิ้วก้อยขึ้นตรงหน้าอีกฝ่ายเพื่อขอคืนดี แจจุงมองนิ้วนั้นยิ้มๆ ก่อนจะเกี่ยวนิ้วกับอีกฝ่ายก่อนทั้งสองคนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

งั้นพี่ใช้เลยนะแล้วกันนะ เจคิมบอกก่อนจะเกี่ยวพวงกุญแจเข้ากับซิปของกระเป๋าที่สะพายอยู่บนบ่า พวงกุญแจตุ๊กตารูปแทสมาเนียน เดวิลสีน้ำตาลขนาดเท่าฝ่ามือดูเข้ากันกับเป้สีดำล้วน มือเรียวจับตุ๊กตาพลิกไปมาคล้ายกับถูกใจกับของชิ้นนี้ไม่น้อย

ไม่ยักรู้นะว่าแจจุงก็ดูการ์ตูนกับเค้าด้วย พูดขึ้นลอยๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย แจจุงส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ

เปล่าหรอกครับ แต่ว่ายูชุนต่างหากที่ดู ยูชุนน่ะติดการ์ตูนเรื่องนี้มากเลยล่ะครับ รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้านั้นราวกับมีความสุขที่ได้เอ่ยถึง รอยยิ้มที่ดูมีความสุข สายตาที่อ่อนโยน ทุกอย่างเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นในรอยยิ้มและสายตานั้น เจคิมยิ้มออกมาบางๆ

จริงสิ...ยูชุน... พึมพำออกมาก่อนหันกลับไปมองที่ข้างล่างที่เมื่อครู่ยูชุนยืนอยู่ ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเห็นน้องชายของตัวเอง

นั่นไงครับ ชี้ไปทางเด็กหนุ่มร่างสูงที่ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มเด็กผู้หญิงหลายสิบคน เจคิมมองตามก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

ป๊อบใช่ได้เลยนะเนี่ย คงต้องให้อยู่ชมรมเดียวกับพี่ยุนโฮซะแล้วสิ พูดถึงอีกคนแต่ยังไม่วายแซวเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ยุนโฮเพียงแต่ส่งสายตาอาฆาตไปให้ก่อนจะหันไปยิ้มแหยๆ ให้กับแจจุงและชางมินที่ยืนหัวเราะอยู่

งั้นเดี๋ยวผมไปเรียกเค้ามาดีกว่า แจจุงบอกก่อนจะวิ่งลงไปตามเนินลาดอย่างไม่เร็วมากนัก จนปลายเท้าเหยียบลงกับผืนดินสีน้ำตาลอ่อน ที่เป็นลู่สำหรับวิ่งแข่ง ขาเพรียวก้าวยาวๆ ไปข้างหน้าก่อนจะหยุดตรงวงล้อมของเหล่ารุ่นพี่ผู้หญิงที่กำลังรุมล้อมน้องชายของเค้าอยู่ นัยน์ตาสีดำขลับมองภาพตรงหน้านิ่งๆ ไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้านี้เท่าไรนัก เพราะคิดอยู่แล้วว่ายูชุนจะต้องเป็นที่สนใจ เพียงแต่ไม่ได้คิดว่าจะมากขนาดนี้ก็เท่านั้นเอง

เด็กหนุ่มเจ้าของเส้นผมสีน้ำตาลทอประกายแสงแดดยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มนักศึกษารุ่นพี่ หญิงสาวหลายคนถามคำถามที่ตนอยากรู้คำตอบ ชวนให้เข้าชมรม เสียงหวานหูกลับก้องไปมาจนฟังไม่รู้เรื่อง ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชวนมองนั้นกลับเลือนลางลงไป เวียนหัว อึดอัด อยากอาเจียน...

..น้องคะ...น้องยูชุน...ว้าย!! เสียงเด็กสาวที่กำลังรุมล้อมร่างสูงอยู่ร้องออกมา เมื่อเด็กหนุ่มร่างสูงทรุดลงไปนอนกองอยู่บนพื้น รู้สึกเหมือนปลายมือชาสนิท เปลือกตาหนักอึ้งจนเหมือนไม่สามารถจะลืมตาขึ้นได้ ภาพความทรงจำมากมายถาโถม

เสียงหัวเราะ...รอยยิ้ม...ความสุข...ผู้คนกระซิบกระซาบ

ปัง!
เสียงปืนดังลั่น

ตายแล้ว มีคนโดนยิง
เสียงกรีดร้อง...สีหน้าตื่นตระหนก...ผู้คนแตกตื่น เบียดเสียดจนเหมือนจะยืนไม่อยู่

ช่วยเด็กก่อนเร็ว
ร่างทั้งสองที่ล้มลงตรงหน้า ไม่มีแม้แต่เสียงที่จะเอ่ยเรียก....

คุณพ่อ...คุณแม่

ยูชุน!! แจจุงที่ยืนมองอยู่เรียกชื่ออีกฝ่ายออกมาด้วยความตกใจ ร่างบางแทรกตัวเข้าไปในกลุ่มคน เห็นยูชุนนอนอยู่บนพื้น ใบหน้านั้นซีดขาว ริมฝีปากอิ่มหอบเผยอหอบหายใจถี่ แจจุงทรุดตัวลงนั่งข้างๆ น้องชาย มือเรียวเล็กสั่นไปหมดด้วยความตกใจ

ยูชุน...ยูชุน... มือเล็กนั้นเขย่าเบาๆ ที่ไหล่นั่น รู้สึกเหมือนทำอะไรไม่ถูก เมื่อเห็นยูชุนกำลังหอบหายใจอย่างทรมานอยู่ตรงหน้า ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เค้าไม่เคยเห็นยูชุนเป็นแบบนี้มาก่อน น้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมาในนัยน์ตาคู่สวย

แจจุง! เสียงคุ้นหูเรียก แต่เหมือนร่างบางจะไม่ได้ยิน เจคิมที่เห็นเหตุการณ์อยู่รีบวิ่งเข้ามาก่อนจะช้อนร่างของยูชุนขึ้น แจจุงเงยหน้าขึ้นมองตามริมฝีปากบางสั่นระริกพึมพำชื่อน้องชายออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยุนโฮที่วิ่งตามมาเอื้อมมือไปดึงข้อมือร่างบางที่นั่งอยู่ที่พื้นให้ลุกขึ้นยืน

ขอทางหน่อยครับ เจคิมบอกเสียงดังเพื่อให้เหล่านักศึกษาสาวหลีกทางให้เค้าเพื่อจะได้พาร่างนี้ไปที่เต็นท์พยาบาลให้เร็วที่สุด ก้มลงมองใบหน้าคมคาย แพขนตายาวนั้นมีหยดน้ำรินไหลออกมาทางหางตา เหงื่อซึมอยู่บนใบหน้านั้น ริมฝีปากอิ่มซีดขาวขยับเล็กน้อย คล้ายกำลังเรียกชื่อของใครบางคน...

พี่แจจุง

แกร่ก...เสียงเปิดประตูไม้ดังขึ้นทำให้เด็กหนุ่มผมทองที่นั่งอยู่หน้าเตาผิงหันกลับไปมอง ก่อนถอนใจออกมาเบาๆ เมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาคือคนที่พวกเค้ากำลังรออยู่ โทมัสลุกขึ้นจากโซฟาสีแดงตัวยาวก่อนจะเดินไปหาเพื่อนตัวเล็กที่ยืนอยู่หน้าประตู คลุมผ้าขนหนูลงบนเส้นผมสีสดนั้นก่อนจะค่อยๆ เช็ดเอาหิมะสีขาวบนเรือนผมนั้นออกอย่างเบามือ

ทำไมกลับดึกจัง? ไปไหนมา? ถามคนตัวเล็กตรงหน้าทั้งๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้ว ถอนใจออกมาอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมตอบอะไร มือเรียวแตะแขนพาอีกฝ่ายเดินไปนั่งที่หน้าเตาผิงเพื่อบรรเทาความหนาวเย็น เด็กหนุ่มสามคนนั่งมองใบหน้าที่เศร้าหมองของเพื่อนสนิทอย่างกลุ้มใจ ตั้งแต่ยูชุนกลับไป...ถึงจะแค่สองวันแต่สำหรับพวกเค้าแล้วการที่ยูชุนไม่อยู่ก็ทำให้ทุกอย่างเงียบเหงาไปมาก โดยเฉพาะเพื่อนตรงหน้าที่ดูเหมือนจะเหงากว่าใคร

จริงสิ...เมื่อกี้คุณพ่อนายโทรมา แอนดรูว์เด็กหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีเขียวพูดขึ้น จุนซูเงยหน้าขึ้นมองก่อนทำสีหน้าคล้ายกับจะถามถึงธุระของคุณพ่อ

ไม่รู้ว่านายจะดีใจรึเปล่านะ...แต่ว่า... สตีฟที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแกล้งทำน้ำเสียงลังเลใจ จนจุนซูอดไม่ได้ที่จะสงสัย

คือว่านะ...

คือว่า? จุนซูทวนคำ ก่อนเว้นวรรคให้อีกฝ่ายได้พูดต่อ ใบหน้าน่ารักนั้นแสดงความสงสัยออกมาอย่างไม่ปิดบังจนอีกฝ่ายที่คิดจะแกล้งหัวเราะออกมาเบาๆ เพื่อนทั้งสามคนสบตากันเล็กน้อยคล้ายกับจะส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง

นายจะได้กลับเกาหลีเดือนหน้า!! ทั้งสามคนพูดขึ้นมาพร้อมกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม จุนซูนิ่งมองเพื่อนตรงหน้า สีหน้านั้นคล้ายจะตกใจก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะปรากฏขึ้นบนใบหน้านั้น จุนซูหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะโผเข้ากอดเพื่อนทั้งสามคนที่นั่งอยู่จนแทบจะตกโซฟา

ดีใจด้วยน้า เซีย โทมัสพูดออกมาก่อนลูบหัวเพื่อนตัวเล็กเบาๆ พร้อมรอยยิ้ม จุนซูผละตัวออกจากอ้อมกอดของเพื่อนๆ รอยยิ้มสดใสบนใบหน้านั้นกลับคืนมา

ฉันจะไปจัดของนะ พูดจบก็วิ่งหายไปทางบันได ทิ้งให้เพื่อนอีกสามคนมองตามงงๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน

ครับ ขอบคุณมากครับ เสียงทุ้มกล่าวขอบคุณคุณพยาบาลของโรงพยาบาลใกล้เคียงที่ประจำอยู่ในเต็นท์ ร่างสูงโค้งขอบคุณก่อนเดินไปส่งอีกฝ่ายที่โต๊ะเหมือนเดิม ภายในเต็นท์มีเตียงอยู่หกเตียงแต่ละเตียงมีฉากกั้นไว้อย่างง่ายๆ เจคิมเดินกลับไปที่เตียงริมสุดก่อนนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ คนรัก

แจจุงยังคงเหมือนไม่รู้สึกถึงการมาถึงของคนรัก มือเรียวเล็กนั้นยังคงกุมมือเย็นเฉียบของยูชุนไว้แน่น ถึงตอนนี้สีหน้าของยูชุนจะดีขึ้นแล้วแต่ยูชุนก็ยังไม่ตื่นขึ้นมาทำให้อดกังวลไม่ได้ ร่างสูงแตะหลังมือลงบนแก้มใสนั้นเบาๆ

คุณพยาบาลว่ายังไงบ้างครับ? แจจุงเงยหน้าขึ้นถามอีกฝ่าย มือเล็กๆ ทั้งสองผละออกจากมือเย็นของน้องชาย ก่อนจับแขนของคนตรงหน้าไว้ สีหน้านั้นดูเป็นกังวล

คงเป็นเพราะพึ่งเดินทางมา แล้วก็ปรับตัวยังไม่ค่อยได้ก็เลยเพลียๆ น่ะ ไม่ต้องกังวลนะ เจคิมบอกตามที่พยาบาลอธิบายมา ยกมือขึ้นลูบเส้นผมสีดำนุ่มมือนั้นเบาๆ แทนการปลอบโยน ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเห็นสีหน้าโล่งอกของอีกฝ่าย

ขอบคุณมากนะครับ ถ้ารุ่นพี่ไม่อยู่ผมก็ไม่รู้จะทำยังไง แจจุงพึมพำเสียงเบา บอกตามตรงว่าเมื่อกี้ตอนที่เห็นยูชุนล้มลงไปเค้าทำอะไรไม่ถูกเลย ถ้าไม่มีพี่เจคิมอยู่ตรงนั้นเค้าควรจะทำยังไงนะ...ถ้ายูชุนเป็นอะไรมากกว่านี้ เค้าคงจะช่วยยูชุนไม่ได้เลย นี่เค้าเป็นพี่ที่ไม่ได้เรื่องเอาซะเลยสินะ เจคิมเอื้อมมือไปคว้ามือเรียวเล็กที่วางอยู่บนตักของอีกฝ่ายขึ้นมาจับไว้ก่อนบีบกระชับเบาๆ

ขอบคุณอะไร ลืมไปแล้วเหรอว่าเราเป็นอะไรกัน น้องของแจจุงก็เหมือนน้องของพี่นะ อย่าคิดมากไปเลย เจคิมโอบไหล่คนรักมาชิดกับตัวเอง แจจุงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนซบแก้มลงบนไหล่กว้างนั้นอย่างหาที่พึ่งพิง มองใบหน้าของร่างบนเตียง ใบหน้าที่เคยซีดขาวนั้นดูมีสีเลือดขึ้นมาบ้างแล้ว หลับตาลงช้าๆ ก่อนถอนใจออกมาเบาๆ หลับตานิ่งอยู่แบบนั้นสักพักก่อนจะเงยหน้ามองอีกฝ่าย

รุ่นพี่ไปบอกชางมินกับยุนโฮเถอะครับ ป่านนี้สองคนนั้นคงเป็นห่วงแย่แล้ว เดี๋ยวผมเฝ้ายูชุนคนเดียวก็ได้ บอกร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ ก่อนพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายมั่นใจว่าเค้าอยู่คนเดียวได้ ชางมินกับยุนโฮไม่ได้เข้ามาในเต็นท์เพราะเกรงว่าจะรบกวนการทำงานของพยาบาล เจคิมลุกขึ้นยืนเอื้อมมือมาเกลี่ยเส้นผมที่คลอเคลียแก้มนั้นออกเบาๆ

โอเค งั้นถ้ายูชุนตื่นแล้วค่อยไปลงทะเบียนแล้วกัน เดี๋ยวพี่จะไปเอาเอกสารมาให้แล้วกันนะ บอกคนรักยิ้มๆ แจจุงพยักหน้าเล็กน้อย เจคิมโน้มตัวลงใกล้ก่อนจรดริมฝีปากเบาๆ บนหน้าผากเนียนนั้น แจจุงถอยตัวออก แก้มใสนั้นแดงระเรื่อขึ้นมา จนร่างสูงอดยิ้มออกมาไม่ได้

ไปนะครับ มีอะไรโทรหาพี่แล้วกันนะ ทิ้งท้ายไว้ด้วยความเป็นห่วงก่อนจะเดินออกจากเต็นท์ไป แจจุงมองตามเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปที่เตียง

ยูชุน... เอ่ยเรียกคนตรงหน้าที่ยังคงหลับใหลด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ เอื้อมมือไปจับมือเย็นเฉียบนั้นไว้แน่น หวังเพียงแค่อยากส่งความอบอุ่นเพื่อให้มือที่เย็นจัดนี้อบอุ่นขึ้นมาบ้าง หรือเพียงแค่อยากส่งความห่วงใยไปให้อีกฝ่ายได้รับรู้...ซบใบหน้าลงกับแขนของน้องชายอย่างเงียบๆ...

..... นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเอ่อคลอด้วยน้ำใส ทอดมองเรือนผมสีดำสลวย รู้สึกถึงไออุ่นและแรงบีบกระชับที่มือของตัวเอง รู้สึกเจ็บปวดในอกเสียจนหายใจไม่ออก ยกมืออีกข้างขึ้นอยากจะสัมผัสเบาๆ ที่เส้นผมนั้นแต่ก็ต้องชะงักไว้ และวางมือลงบนเตียงเหมือนเดิม ยูชุนหลับตาลงช้าๆ ขับหยดน้ำตาให้รินไหล

พี่ครับบอกผมทีว่าเค้าเป็นใคร
แล้วผมเป็นใคร...ตอนนี้
ผมสับสนเหลือเกิน...
ผมยังสำคัญสำหรับพี่อยู่ใช่มั้ย?

เสียงกุกกักหลังประตูไม้ของห้อง 401 นั้นไม่ได้สร้างความแปลกใจให้กับเด็กหนุ่มสามคนที่กำลังเตรียมตัวเข้านอนเท่าไรนัก เพราะรู้อยู่แล้วว่าคนที่อยู่ในห้องนั้นกำลังทำอะไร

ภายในห้อง 401 ตอนนี้กำลังรกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน บนเตียงทั้งสองกำลังเต็มไปด้วยกระเป๋าและกองเสื้อผ้าที่ยังจัดไม่เรียบร้อย แต่ตอนนี้ดูเหมือนเจ้าของห้องจะไม่ได้ใส่ใจมากนัก

พาสปอร์ตไปไหนเนี่ย? ริมฝีปากบางบ่นกับตัวเอง เมื่อลองรื้อในกระเป๋าเก็บเอกสารแล้วไม่เจอพาสปอร์ตของตัวเอง แต่ถึงแบบนั้นบนใบหน้านั้นก็ยังคงมีรอยยิ้มอยู่เมื่อคิดว่าอีกแค่เพียงไม่กี่อาทิตย์ก็จะได้กลับเกาหลี

นึกออกแล้ว! พูดขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้ เอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักที่โต๊ะเขียนหนังสือของยูชุน เมื่อนึกได้ว่าเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนยูชุนยืมพาสปอร์ตของเค้าไปกรอกเอกสารเรียนจบให้ ในลิ้นชักมีหนังสือเรียนหลายเล่มที่ยูชุนไม่ได้เอากลับไปที่เกาหลีด้วย จุนซูยกหนังสือทั้งหมดขึ้นมาก่อนเขย่าเบาๆ พาสปอร์ตเล่มเล็กหล่นลงมา มือเล็กเอื้อมไปหยิบพาสปอร์ตบนโต๊ะก่อนจะเก็บหนังสือทั้งหมดลงในลิ้นชักเหมือนเดิม ผลักลิ้นชักปิดเข้าที่เดิม ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นกระดาษสีขาวแผ่นนึงร่วงอยู่ที่เท้า จุนซูก้มลงเก็บกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู

จดหมาย? กระดาษสีขาวใบเก่า ตัวหนังสือสีน้ำเงินซึมผ่านกระดาษเนื้อบาง รอยพับที่ถูกคลี่ออกนั้นลึกเสียจนเหมือนกับว่ามันไม่เคยถูกเปิดอ่านมาก่อน ร่างเล็กพลิกกระดาษแผ่นนั้นกลับมาก่อนจะสะดุดกับลายมือที่คุ้นเคย แม้ไม่ได้อยากจะละลาบละล้วงแต่หากเป็นของสำคัญเค้าก็ควรจะนำมันกลับไปให้ยูชุน
ดวงตาเรียวเล็กกวาดไปตามตัวหนังสือทีละบรรทัด

สวัสดียามเย็นครับ,

ผมคิดไว้ว่ากว่าพี่แจจุงจะได้อ่านจดหมายฉบับนี้ก็คงเย็นแล้วน่ะครับ หวังว่าคุณลุงไปรษณีย์จะไม่เบี้ยวเอามาส่งตอนกลางคืนนะครับ ตอนเด็กๆ คุณลุงมักจะบ่นกับผมว่า ถ้าได้เข้ามาส่งจดหมายในบ้าน คุณลุงคงจะเป็นลมก่อนถึงบ้านเราแน่นอน เพราะว่าทางเข้าบ้านมันไกลเหลือเกิน จริงไหมครับ เอาล่ะเรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า

พี่แจจุงรู้ไหมว่า ผมได้ส่งดอกไม้ไปให้พี่จนเจ้าของร้านบอกว่าจะหมดร้านของเค้าแล้ว ผมก็เพิ่งมานั่งนึกว่าผมส่งไปเยอะขนาดนี้เลยเหรอ แต่ถึงอย่างไร ดอกไม้ทุกดอกที่ผมส่งให้มีความสำคัญต่อผมทุกดอกเลยนะครับ ไม่รู้ว่าพี่จะรู้สึกเหมือนกันหรือเปล่า ว่าดอกไม้ใช้แทนความรู้สึกและคำพูดได้

บางครั้งผมก็คิดว่าการที่ดอกไม้แต่ละดอกมีสีสันและรูปแบบที่ต่างกันนั้น พยายามบอกถึงเรื่องราว และความในแตกต่างกันไป ถ้าดอกไม้พูดได้คงจะดีมากนะครับ ผมจะได้ฝากความรู้สึกผ่านดอกไม้ดอกแล้วดอกเล่า ไปให้พี่แจจุงรับรู้ได้ เป็นเพื่อนคุยกับพี่แจจุง จะได้ไม่เหงาไงครับ ส่วนผมพี่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมมีเพื่อนรักคนนึง สนิทกันมาก แต่ยังไงผมก็ยังคิดถึงพี่อยู่ดี

ความรู้สึกเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนนะครับ และยากที่จะเข้าใจด้วย ขนาดผมเองยังไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองเลย ผมสับสนเหลือเกิน หวังว่าดอกไม้ที่ผมส่งให้พี่จะเป็นตัวแทนบอกความรู้สึกที่แสนสับสนของผม ความหมายที่ซ่อนเร้นในดอกไม้ เพียงแค่พี่รับรู้ผมก็มีความสุขแล้วครับ

หวังว่าพี่ยังมีความสุขเหมือนเดิม อยากกลับไปเจอพี่จัง

รักพี่ที่สุด,
ยูชุน

ยูชุน... ร่างเล็กทรุดนั่งลงบนพื้นห้องอย่างอ่อนแรง เอ่ยชื่อของอีกฝ่ายด้วยเสียงที่แผ่วเบา ลำคอแห้งผากจนกลืนน้ำลายลงอย่างยากลำบาก รู้สึกเหมือนใบหน้าชาเสียจนไม่มีความรู้สึก กระดาษจดหมายสีขาวร่วงหล่นลงบนพื้น

ฉันมีพี่ชายฝาแฝดด้วยนะ เราหน้าไม่เหมือนกันเลยล่ะ
รอยยิ้มที่ดูมีความสุขที่ได้เอ่ยถึงพี่ชายคนสำคัญ

ลิลลี่ หมายถึง เธอคือรักแรกของฉัน

พี่...ผมคิดถึงพี่...
ข้อความที่เอ่ยเมื่อยามเมาไม่ได้สติ

ทิวลิปสีแดง หมายถึง ฉันอยากให้ทั้งโลกรู้ว่าฉันรักเธอ

พี่แจจุง...
ชื่อที่นายเฝ้าเรียกหาตลอดเวลาไม่ว่าจะยามหลับหรือยามตื่น

คาร์เนชั่นสีแดง หมายถึง ได้โปรดเห็นใจความรักของฉันที่มีต่อเธอบ้าง

รักพี่ที่สุด...

ความจริง...ไม่ใช่สิ่งที่มีไว้เพื่อคนที่ตามหา
หากแต่โชคชะตาจะกำหนดให้เราได้รู้ความจริง...
ไม่ว่าจะอยากรับรู้หรือไม่ก็ตาม...

Misakis Talk

"สวัสดีค่า นี่มิซากินะคะ กลับมาแล้ว

อืม เมื่อลองคำนวณดูแล้วปริมาณฟิคต่อสัปดาห์เริ่มกลับมาดีขึ้นแล้วสินะคะ *พยักหน้า* อาจเป็นเพราะว่าแต่งหลายเรื่องพร้อมกันเลยอาจจะทำให้รู้สึกว่ามาต่อช้าล่ะมั้งนะ แต่ว่ายังไงตอนนี้พลังงานเต็มเปี่ยมในการแต่งฟิคเจ้าค่ะ พลังงานเต็มเปี่ยมแต่ว่าเวลาไม่พอนี่สิเจ้าคะคือปัญหาใหญ่ แหะๆ"

มิซากิ

ปล. วันนี้วันพ่อ ทำดีกันรึยังคะ? เป็นคนดีเพื่อคุณพ่อและพ่อหลวงของพวกเรากันนะคะ

izzei's Talk

มีคนคอมเมนท์ขอมาให้ผู้จัดการทอล์คด้วย เลยจัดให้ครับ

ฟิคชันตอนนี้เสร็จสิ้นในวันที่ 6 ธันวาคม 2549 เวลาตีสี่ และใช้เวลาพิสูจน์อักษร ตรวจสอบข้อมูลจนถึงตีห้า เพราะต่างคนต่างมีเรียนเช้า ตัวผมเองเรียนแปดโมง และมิซากิแปดโมงครึ่ง จึงไม่สามารถลงทันทีได้ จึงขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

อย่างที่มิซากิกล่าวไว้ ตอนนี้มีพลังงานในการแต่งเต็มเปี่ยม แต่เนื่องด้วยอยู่ในช่วงเวลาของการสอบ ซึ่งผมมีสอบ 8-24 ธันวาคม จึงออกตัวไว้ก่อนว่าจะไม่ค่อยมีเวลามากนัก

กล่าวถึงฟิคชันในตอนนี้มิซากิแต่งอย่างสบายใจ ไร้แรงกดดันใดๆ นอกจากผู้จัดการ (ที่นั่งเฝ้าตลอดคืนจนข้ามวัน) ดังนั้นตอนนี้เป็นการทำให้เนื้อเรื่องกระจ่างขึ้น และเรื่องคู่ก็เริ่มจะชัดเจนขึ้นเช่นกัน

ต้องขอขอบคุณแฟนฟิคทุกท่านที่เข้ามาเยื่ยมเยียนอ่านฟิคชันที่บลอคนะครับ ณ ตอนนี้เราทะลุ 10,000 Hits แล้ว ซึ่งใช้เวลาเพียง 2 เดือนเท่านั้น อย่างนี้มิซากิคงมีกำลังใจขึ้นมาเป็นหลายเท่าตัวเลยล่ะครับ ถ้ายิ่งมีคอมเมนท์มากเท่านี้ คงแต่งฟิคจนตัวตายไปเลยกระมัง

สำหรับของรางวัลแฟนพันธุ์แท้ ผมจะเร่งมือให้ไวที่สุด เนื่องด้วยติดสอบจึงขออภัยในความล่าช้ามา ณ ที่นี้ด้วย แต่สัญญาว่า ได้รับแน่นอนครับผม

สำหรับวันนี้แค่นี้นะครับ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความอบอุ่นที่มอบให้กัน แม้เป็นแค่นามธรรม แต่ผมและมิซากิ ก็รับรู้ได้ ^^ แล้วพบกันครั้งหน้าครับผม

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อ๊ากกกกกกกกกก
เศร้ามากเลยTT[]TT
โถ ยูชุน TTwTT โถ จุนซู
เฮ้อออออออออ ยังดีตอนนี้ไม่ต้อง โถ ชางมิน
ฮือออ แบบว่าบอกไปก็ไม่ได้ ไม่บอกก็ทรมาน
เรื่องนี้ต้องเศร้าไปยันจบแน่ๆ ชอบค่ะชอบแต่ก็ช้ำ
/me เอาโถรองน้ำตา
ขอบคุณสำหรับฟิคค่า ^^~
#1  by  mikan At 2006-12-06 12:08, 
อ่านๆๆแล้ว

ไงก้รีบมาต่อนะค่ะ
#2  by  ~*jaeho*~ (124.121.161.14) At 2006-12-06 12:20, 
เฮ้อ~~ สงสารใครดีเนี่ย แจก็ดันหวานอยู่กับรุ่นพี่ไรนั่น(ซึ่งไม่ใช่ยุนโฮ แง่งงงง )ยูชอนเลยแย่เลย จุนซูก็ดัันไปอ่านจดหมายนั่นอีก - -"
#3  by  Disk (124.121.90.101) At 2006-12-06 12:23, 
สนุกมากๆเลยค่ะ
เซียเราจะได้กลับเกาหลีแล้ว แต่จะมีหวังมั้ยเนี่ย
เรื่องนี้นายยุนจะได้เป็นแค่ตัวประกอบจริงรึป่าว จะมีการพลิกบทตอนหลังมั้ย...555
ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดซะแล้ว มาต่อไวๆนะคะ
#4  by  M (58.9.63.61) At 2006-12-06 12:31, 
สงสารชายชู้ของัน..นามว่า..มิกกี้ ยูชอน เหอๆ
ชอบความหมายของดอกไม้...อ่านแล้วก็เศร้าเมื่อรู้ความหมายของดอกคาร์เนชั่นสีแดง..
โลมาก็น่าสงสารนะ..มิกมันคิดแค่เพื่อน..
แจกรุณาเอาใจใส่มิกด้วย..เชียร์เต็มที่คู่นี้..ถึงแม้ในเรื่องมันจะเป็รฝาแฝดกันก็เถอะ..จะมีพลิกล็อกป่ะเนี่ย
#5  by  ๋Jeikin (124.157.229.71) At 2006-12-06 13:50, 
อ้ากกกกกกกก
มาต่อแล้ว เย่ๆๆๆๆ

รอนานมากกกกกกก เรยคะ
แต่ก็คุ้ม เพราะคู่เริ่มชัดเจนแระ

สงสารโลมาน้อยอะ กระซิกๆๆ

รีบมาต่อนะคะ
ชอบฟิคของมิซากิมากเลย
#6  by  TT TT (58.8.172.83) At 2006-12-06 14:27, 
อ่านแล้วเศร้านะคะ อยากให้ยูชุนสมหวัง แต่มันก็ดูยากเหลือเกิน
ทำไมความรักมันถึงเจ็บปวดได้ขนาดนี้นะ

ต้องมีใครซักคนเป็นฝ่ายเจ็บเสมอ

ขอบคุณมากนะคะสำหรับฟิคสนุกๆค่ะ
แล้วแป้งจะมารออ่านอีกนะคะ
#7  by  pang_masaki (58.8.154.30) At 2006-12-06 15:20, 
ตอนแรกนึกว่าตาฝาดดด
ดีใจมากค่ะ
รอคอย+ติดตามเรื่องนี้อยู่
ชอบแจจุง+ยูชอนมากเลย
เวลาอยู่ด้วยกันถึงจะมีความสุข
แต่เรากลับรู้สึกว่าเค้าเศร้าๆทั้งคู่เลย
#8  by  od (125.25.33.118) At 2006-12-06 16:21, 
ผมเป็นนักศึกษาปริญญาโท กำลังทำงานวิจัยเกี่ยวกับเว็บบล็อกอยู่
จึงใคร่ขอความร่วมมือจากท่านเจ้าของเว็บบล็อกนี้ ถ้าไม่เป็นการรบกวนกรุณาติดต่อกลับมาที่ greentea_sp@hotmail.com
ถ้าขอความนี้เป็นการรบกวนท่าน ผมก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ และก็ต้องขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับท่านที่ให้ความร่วมมือครับ
#9  by   (125.24.182.83) At 2006-12-06 16:53, 
อาร้ายยยยยยยยย

ยุนยุนเป็นตัวประกอบหรอคะ T^T

สงสารเซียอ่า T^T
#10  by  kupochan (58.9.185.136) At 2006-12-06 17:25, 
อ่านกี่ทีก็ต้องถอนหายใจ ความรักเนี่ยไม่มีใครผิดและก็ไม่มีใครถูกจริงๆเลยนะค่ะเนี่ย จะโทษว่าใครผิดใครถูกนี่เป็นไปไม่ได้ นึกแล้วเศร้าจริงๆ
ยินดีกับพี่มิซากินะค่ะที่ร่างกายแข็งแรง ดีแล้วค่ะ ถึงจะไม่มีเวลาก็เถอาะแต่ให้ป่วยอยู่ตลอดนี่คงจะลำบากแย่เลยล่ะ ขอให้แข็งแรงๆทุกวันนะค่ะ
#11  by  chuka (61.47.67.177) At 2006-12-06 17:31, 
ตอนนี้จุนซุน่าสงสารมากๆ

ตอนหน้ามาต่อเร็วๆน๊าาาาาาาาาาา.........
#12  by  gift (203.113.45.168) At 2006-12-06 18:25, 
ตกลงแจจะคุ่กะพี่เจคิมช่ายไหมคะ

สงสารเซียจังเลยอ่า มิกเลิกรักแจแล้วหันมารักเซียเถอะน้า

มาอัพเร็วๆนะคะ
#13  by  kook (58.136.68.216) At 2006-12-06 18:37, 
โฮ~ดีใจมากเลยยย มาอัพตอนห้าแล้วว
ความจริงพรุ่งนี้สอบค่ะ แต่ทนไม่ไหว ขออ่านซักหน่อยก้แล้วกัน ฮ่าๆๆ
สงสารมิคใจจะขาดดดง่า ฮืออๆๆๆ
แจจ๋าช่วยรู้ตัวซะทีเถอะ แอบผิดศีลธรรมรักน้องชายซักครั้งเห๊อะ
อยากให้ทั้งสองคนสมหวังกันเร็วๆจังๆๆๆ
ขอมิคแจแฮปปี้นะค๊าๆๆๆ เชียสุดๆๆๆ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ ยังไงก้มาอัพตอนหกเร็วๆนะคะ
จะเข้ามารอทุกวันเลย อิอิ
#14  by  soubi* (58.8.51.240) At 2006-12-06 18:38, 
เศร้าแทน

โฮกกกก

สงสารเซียจับใจ
กร๊ากกก

ป๊า
เพิ่งโผล่เองอ้ะ
- -
#15  by  A_ay (203.113.51.137) At 2006-12-06 19:22, 
เย้เย้ ในที่สุดจุนซูก้อจะกลับมาเกาหลีแล้ว จะได้มาเจอมิกกี้ซะที
สงสารมิกกี้จังเลยอ่า แต่ก้อสงสารจุนซูเหมือนกันนะเนี่ย
เหอๆๆ แอบสงสารแจจุงด้วยหล่ะ ออกจะห่วงน้องซะมากมาย
จะรู้เรื่องนั้นไม๊เนี่ย ถ้ารู้คงจะยิ่งน่าสงสารเข้าไปใหญ่เลย
สนุกมากจ้า แล้วมาต่ออีกนะ ยังไงก้อจะรออ่าน
จะอ่านทุกเรื่องที่มิซากิแต่งเลย อิอิ
มิซากิเองก้อพยายามเข้านะ จะได้มีฟิคหนุกๆมาให้อ่านอีกน๊า..
#16  by  นู๋ออย (58.181.182.106) At 2006-12-06 20:18, 
เศร้าเร้นลึกมากเรย ผิดคาด รุ่นพี่คนรักของแจจ๋ามิใช่หมียุน เด๋วนุ้งจุนซูจากลับมา ไม่อยากให้เศร้าเรยยยย โฮฮฮฮ ยังไม่ทันไร คนเม้นต์เศร้านำไปก่อนแร้ว บางครั้งคำว่า destiny กลายเป็นคำเก๋ ๆ ที่โหดร้ายจังเรยยย

เป็นกำลังใจให้ทั้งคนแต่งและคุณผู้จัดการนะคร้า Get A นะคะ
#17  by  matini_p (125.25.74.20 /10.5.50.159) At 2006-12-06 20:41, 
อ้าว ตกลงแจจุงกับรุ่นพี่คนไหนแน่อ่ะคะ
ทำไมอ่านแล้วงง หรือว่าโง่เอง เหอๆ

สงสารยูชุนกับจุนซูอ่ะ
จุนซูไม่น่ารู้เร็วเลย
แล้วอย่างงี้จะยังอยากกลับเกาหลีไปหายูชุนอยู่รึปล่าว
แต่ยังไงก็ต้องอยู่เคียงข้างยูชุนน้าาา
แจจุงก็ห้ามทำยูชุนเสียใจด้วยยย
แต่ท่าจะยาก เพราะทำไปแล้วหลายรอบ .. เหอๆ

อยากอ่านตอนต่อไปแล้วอ่า โลภเจงๆ
#18  by  TiNG (125.25.72.206) At 2006-12-06 20:48, 
= = ไม่อยากจาบอกว่า ออร่าความรักสีชมพูกะความอบอุ่นมันแผ่รัศมีออกมามากมายมหาศาลตอนท่านใต้ฝุ่นอยู่กะแจจุง
กรี๊ดดด อิจฉาเจคิมอ๊ะ TOT ได้แต๊ะอั๋งแจทั้งเรื่องงง อ๊างงง พิมพ์อาไรออกปายยย~~ (เค้าเรียกว่าแสดงความหื่น - -)

แหม แต่น่ารักจิงๆนะ >O<!! อ่านแล้วแบบ อบอุ๊น อบอุ่น มีคนรักมันดีขนาดนั้นเลยเหรอ 555+

TTwTT สงสารมิคกี้ยูชอนง่ะ โฮกกกก "ผมยังสำคัญสำหรับพี่อยู่ใช่มั้ย?" แทงใจจื๊กๆๆ มิคเอ๊ยยยย นายน่ะสำคัญที่สุดสำหรับแจจุงแล้วนะไม่รู้ตัวเหรอ???? (หรือข้าพเจ้าคิดไปเอง โฮ่ๆ) ดูดิ เค้าออกจะเป็นห่วงเป็นใยขนาดนี้ ~!!

T____T สงสารเซียจับใจ (อีกแล้ว) โฮกก คิดถึงมิคมากสินะ พอได้รู้ว่าจะได้กลับเกาหลีดีใจซะตัวโยน รีบจัดของล่วงหน้าตั้งเป็นเดือน 555+ ไม่ค่อยจะเห่อเลยอ่ะ แต่ก็นะ ..เปนใครใครก็ดีใจอ่ะ ก็จะได้เจอคนที่รักและคิดถึงมากมายนี่นา TOT

อ่านแล้วน้ำตาคลออ่า ตอนที่เซียมองรูปถ่ายแล้วไปในฉากนั้น TT แต่น้ำตาไหลจิงๆก็ตอนเซียอ่านจดหมายมิคให้แจอ่าแหละ TOT ดูเนื้อความเซ่ นี่หรือคือที่น้องชายเขาเขียนให้พี่ชายกัน แล้ว ..ความหมายของดอกไม่ ... T__T โอ้ยยย เปนเซียต้องตรอมใจตายแหง

เปนกำลังใจให้นะคะ !! มิสๆ TOT
#19  by  URMySea (58.147.95.33) At 2006-12-06 21:06, 
ในที่สุดก็มาต่อแล้ว เย้ๆๆๆ ฟิคตอนนี้ไม่ถึงกับเศร้าเคล้าน้ำตา แต่บีบหัวใจตลอดเลยอ่ะ สงสารยูชอนมากๆ ถึงจะผิดศีลธรรมแต่อยากให้ยูชอนคู่กับแจจุงจังเลย จุนซูเราก็สงสารนะ แต่ว่า...ขอให้ยูชอนสมหวังกับแจจุงสักเรื่องเถอะ รักมั่นขนาดนี้
#20  by  aeh (124.121.182.200) At 2006-12-06 21:54, 

อื้อ~~~ อ่านแล้วเศร้า

สงสาร น้องจุ๊นจังเลย

น้องจุ๊นจะได้กลับเกาหลีแล้ว

โชคชะตามันกำหนดมาแล้ว เราคงฝืนไม่ได้ใช่ไหมฮ่ะ

งื้ออ สงสารทุกคนในเรื่องนี้ ฮืออ~~

อ่านแล้วเศร้าทุกทีแต่ก็ ชอบ~~

ขอบคุณที่แต่งฟิกดีๆให้เราอ่านกันฮ่ะ ^^

อย่าลืมมาต่อน่ะฮ่ะสู้ !!
#21  by  >> Dark_realangle* << (61.19.65.222) At 2006-12-06 22:02, 
สงสารเซียจังคะ.........T______T

ตอนนี้แจจุงกะรุ่นพี่น่ารักมากๆเลย............^^ หวานซ้าๆๆๆๆ

แจจุงรักเค้าเข้าไปเต็มๆงี้..........ยุนโฮจาทำยังไงอะคะ.....(อย่าบอกให้ทำใจน้า..........T_____T)

แต่ยุนโฮก็น่ารักนะคะ......โดนกัดตลอดเลย...แต่ก็ยังยิ้มหวาน.......555+

สงสารมิคกี้กะแจจุงด้วยอะคะ.........เฮ้อออออ............

เรื่องนี้น่ารักมากๆเลย........เราชอบมากๆคะ......ขอบุงมากๆค่า ^^
#22  by  mana-jung (202.28.181.10 /10.90.5.48) At 2006-12-06 22:47, 
ง่า...อ่านแล้วมึนอย่างแรง...555...จริงๆแล้วหนูกะนางฟ้าไม่ได้เป็นพี่น้องกันนั่นเอง...โฮก...
มิน่าละ...หน้าถึงมะเหมือนกัน...แอบงง...อ้าวแจมะด้ายเป็นแฟนกะยุนเหรอ...งงงงงงงงงงงงงงงงงง
#23  by  euyajaja At 2006-12-06 23:17, 
ตกลงแจจุนไม่ได้เป็นแฟนยุนโฮหรอกเหรอค่ะเนี่ย.............
น่าสนใจดีค่ะ.....เนื้อเรื่องแบบนี้

น่าสงสารจุนซู....ยุนชอลด้วย

สนุกค่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

รีบเอามาต่อน่ะค่ะ
#24  by  fc_jenny At 2006-12-07 09:39, 
บอกไม่ถูกเลย ว่าควรสงสารใครดี .... T_T

แต่ที่แน่ ๆ ทำไมคนรักของแจจุงไม่ใช่ยุนโฮ .... ( อันนี้เกี่ยวมั๊ยเนี่ย ??? )

เอาเหอะ .. ถึงเราจะเป็นสาวกยุนแจ .... แต่เรื่องนี้อยากให้ แจจุงคู่ยูชุนยังงัยไม่รู้สิ .... ^_^

เราชอบเรื่องที่ mizaki เขียนมากเลย ... เรียกว่าเอาไปทำละครตอนค่ำได้เลยนะเนี่ย ... เนื้อหาซาบซึ้งมาก ๆ อ่านแล้วไม่เบื่อเลย ... แต่กดดันเล็กน้อย .... บีบหัวใจอีกหน่อย ... ยังงัยก็ขอให้ happy ending ละกันนะ .... ^_^
#25  by  nats (203.144.187.61) At 2006-12-07 11:27, 
ไม่ถึงกับเศร้าจนร้องไห้นะ แต่มันก็เศร้าอยู่ลึกๆอ่ะ
ความจริงชอบยุนแจนะ แต่ฟิคนี้ขอ มิคแจก็ดีเน้อ 555
แต่สงสารเซียอ่า จะได้กลับเกาหลีพี่แกเล่นจัดกระเป๋าล่วงหน้าเป็นเดือน

จะติดตามฟิคของพี่มิซากิต่อไปเรื่อยๆเลย >[]< สู้ๆ
#26  by  TanatOs At 2006-12-07 18:55, 
เอ๋...ยุนไม่ได้เปนคนรักแจ T________T
โฮฮฮฮฮฮฮ จุนซูกะรักมิค ข้างเดียวใช่มั้ยนั้น?

รออ่านต่อนะค่ะ ^__^
#27  by  nokO (202.44.14.194 /10.7.2.145) At 2006-12-08 10:35, 
เป็นฟิคที่อ่านแล้วเศร้าจับใจมากๆเลย Y-Y
สงสารหลายๆคน นู๋เซียอ่า T-T

สนุกมากๆค่า รออ่านตอนหน้านะคะ
#28  by  BewTy_MinNy (58.9.135.19) At 2006-12-08 16:16, 
อ่านเรื่องนี้นี่เรารู้สึกอินไปกับมิกและเซียมาก
มันดูเจ็บปวดมากๆเลยนะ
ทั้งที่เห็นคนที่ตัวเองรักมีความสุขแท้ๆแต่กลับรู้สึกเจ็บเพราะคนๆนั้นที่เค้ามีความสุขด้วยไม่ใช่เรา

อ่านไปแล้วอินจริงๆ
แต่ก็แอบลุ้นนะว่าแจจุงจะหันมามองมิกมั้ย
สงสัยมากๆเลยค่ะว่าแจกับมิกเป็นฝาแฝดกันจริงๆรึเปล่า
เพราะเหมือน.......มันจะไม่ใช่

แต่ก็เอาเถอะค่ะรอให้คุณผู้แต่งค่อยๆเฉลยไปในเนื้อรื่องดีกว่า
ล้นมากๆค่ะในการอ่านแต่ละตอน
ไม่รู้สิเราชอบความรู้สึกที่เซียเจ็บนะ
เราชอบอ่านเรื่องประมาณนี้

เป็นกำลังใจให้นะคะ
รีบๆมาต่อล่ะทุกเรื่องเลย
ติดตามผลงานเสมอค่ะ
#29  by  JikaO (203.155.194.248) At 2006-12-08 20:22, 
วะ วะ ว้ายยย อะไรกัน ยุนเป็นตัวประกอบหรือนี่มี๊ ?!

เอาเป็นว่า ตอนนี้หวานเชียร์มิกแจสุดขีด ( อ้าวเวร แกแม่ยกยุนแจมิชิรึ = = ' )



อ่านยังไงก้ขนลุกซู่ ดูอบอุ่นซะเหลือเกิ๊นนน ?
คือแจในเรื่องดูเคะสุดๆ !! อ้อนแอ้น ว้ายยยย *จิ้นจนเลือดท่วมตัว*


คาร์เนชั่นสีแดง ? อยากเห็นจัง .

อ้า .. ลืมบอกไปเลย แอบน้ำตาซึมตอนที่ทีเซียอ่านจดหมายมิก
แค่ลองคิดเล่นๆว่า ถ้าตัวเองเป็นเซียล่ะ ?



มายก้อดดดดด TOT โฮฮฮฮฮฮ *



รีบๆมาต่อนะคะ ^^v

โชคดีในการสอบนะคะ เย่เย่ *
มี๊ดูแลสุขภาพด้วยเน่อ *
#30  by  naamwaanz`* (58.8.62.71) At 2006-12-08 20:23, 
เย้ๆมาต่อแว้วววกว่าจะได้มาอ่าน= =

ชักงงกะคู่แฮะ= =ไม่ใช่ว่าแจก้อชอบมิกกี้นะ!!

สงสารเซียง่ะTOT

ทำไมเซียรันทดตลอดเลยอ่ะT^T

โถ่ชาตินี้จะได้แฮปปี้กะเค้ามั้ยเนี่ย??

555อย่างไรก้อตามค่ะจะคอยติดตามอ่านและเม้นให้นะคะ^__^

มาต่อไวไวนะค่า

เป็นกำลังใจให้พี่มิซากิเสมอค่า^___^

Misaki Fighting!!
#31  by  M@nG-pOr (58.9.44.9) At 2006-12-09 18:09, 
อ่า พี่มิซากิมาต่อเร็วๆน่ะค่ะ มันค้างอ่ะ เส้าเรยย สงสารมิคมากกก
แม้ผู้จัดการจะบอกว่าเรื่องคู่เริ่มชัดแล้ว แต่ขอบอกว่ายังสับสนอยู่น่ะค่ะ
ตัวหนูเองน่ะ อยากรู้จังเรยว่าใครจะคู่กะใคร จะรอต่อไปเพื่อพี่มิซากิน่าค่ะ พี่แต่งได้น่าติดตามมากๆเรย หนูอ่านฟิคของพี่ทุกเรื่องเรยน่ะค่ะ
ตอนต่อไปจะเป็นยังไงรออ่านอยู่น่ะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆน่ะค่ะพี่มิซากิ
รักน่ะค่ะ ขอบคุนมากๆค่ะที่ทำให้ได้อ่านฟิคดีๆแบบนี้
#32  by  Jaejung-Par (125.27.8.227) At 2006-12-09 19:37, 
อมม่าาาาาา....TT[]TT
อ่านแล้วน้ำตาไหลดั่งสายโลหิต...(เว่อร์!!!)
ชอบจดหมายมิกมากๆ ถ้าแจได้อ่านต้องร้องไห้แน่เลย
โลมาน่าสงสารอ่าาาา...มิกเอ๊ยยยย....เอาเถอะ
ที่น่าสงสารกว่า...
ยุนเอ๊ยยยยย...โดนไต้ฝุ่นพัดเอาแจไปหรอลูกกกก...
(แอบสะใจเล็กน้อยถึงปานกลาง..แอบหวังยุนแจอยู่ลึกๆ กร๊ากกกก...แต่ไต้ฝุ่นน่ารักนะ อ๊างงงง...)
ยังไงก็จะรอนะคะอมม่า...

P.S.(1) ท่านพี่ใบ้หน่อยสิ ตอบถูกไปแล้วนิดนึงนี่นา...
P.S.(2) ตอนนี้การบ้านกองท่วมหัวลูกเลยอมม่า...TTATT (แต่ยังอุตส่าห์มาอ่านฟิกนะคนเรา-*-)
P.S.(3) คิดถึงอมม่าาาา...ดร๊วบบบบ
#33  by  [ hikari-maru ❤ YJ ] At 2006-12-09 20:48, 
โอย ทำไมมีแต่คนเศร้าอ่ะ ทั้งมิค ทั้งเซีย
แล้วแจรักมิคแค่น้องชายจริงหรอ หรือแค่ยังไม่รู้ใจตัวเอง
อยากอ่านต่อแล้ว มาต่อเร็วๆนะคะ
#34  by  yu (58.8.9.185) At 2006-12-09 23:03, 
อ่านจนถึงตรงนี้

ใครว่าชัดเจนเรื่องคู่????

เค้าขอยกมือคนนึงหล่ะ ตอนนี้หน้าเต็มไปด้วยเควสชั่นมาร์ค????

ใครคู่ใครกันแน่เนี่ย

มิกกี้ผู้น่าสงสาร

โลมาก้อสงสารนะ

แต่.........

แจไม่ได้คู่กับหมีอ้วนยุนโฮร๋อ??????

ฮือๆ แล้วหมีอ้วนจะมีคู่มั๊ย

หรือหมีอ้วนจะคู่กับชางมิน

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ฟุ้งซ่านมากเกินไปแล้ว =_='

เอาเปนว่าจะรออ่านตอนต่อไปละกันเนาะ

อ่านมาจนถึงตรงนี้แล้ว...ใครคู่ใครก้อช่าง

(จะพยายามทำใจ) รับได้หมด

Misaki FIGHTING!!!!!!!!!
#35  by  NaNa (125.25.59.31) At 2006-12-10 01:08, 
จะบอกว่ชอบมิกแจอ่ะค่ะ
แต่เปงพี่น้องกันซะงั้นเลยอ่า เส้าเลย

ชอบความหมายของดอกไม้อ่ะ

"ทิวลิปสีแดง หมายถึง ฉันอยากให้คนทั้งโลกรู้ว่าฉันรักเธอ "

~ *แระเทอล่ะจะรู้บ้างไหมว่าช้านรักเทอขนาดไหน* ~
#36  by  powderpuffy (58.8.76.88) At 2006-12-12 05:39, 
นึกว่ายุนกะแจคู่กานซะอีก

น่าสงสารจุนซูจัง

จิงๆแล้วเนี่ย ยูชอนกะแจ ไม่ใช่แฝดกานช่ายมะเนี่ยยยยย มันดูเศร้าๆไงไม่รู้ มาต่ออีกไวๆนะคะ
#37  by  HeRo~HeRo (61.91.191.2 /58.8.33.250) At 2006-12-12 11:43, 
แอบงงเล็กน้อยถึงปานกลางคะ
ยุนมะด้ายเป็นแฟนแจหรอ
เจคิมมาจาไหนนนนนนนนนน
มิกช้านสงสารนายมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
แต่โลมาน้อยนี่แบบรันทดเลย
เส้าแทนมิก ผมยังสำคัญกับพี่อยู่มั้ย
แล้วดอกไม้ที่ส่งไปให้ โอ้แทนคำบอกรักทั้งนั้นเลย
แต่ว่าแจจะรู้มั้ยเนี่ยยยยยยยย
#38  by  Meiying (58.9.124.112) At 2006-12-16 16:21, 
รอตอนต่อไปอยู่นะค่ะ
อยากร้องไห้66666
เราเข้ามาอ่านซ้ำเรื่องนี้บ่อยมากค่ะ
อ่านแล้วจะอบอุ่นมากกกก
#39  by  นก (203.113.57.105) At 2007-01-04 23:03, 
*กรี๊ดดด*
อ๊ากกกกกก!!!....หึงงงงงงงงงง~~ *โหยหวน* หึงแจ..หึงแจ...หึงแจ
หึงแจอย่างแรง มีรัศมีแห่งความรัก แพร่สะพัดในอากาศอย่างกะพายุเฮอริเคน สีชมพูเจิดจรัสมั่กมาก


โอ้ววว..จอร์จ!!! เจคิมบับว่า...โอ้ะโห.. แจจุงก็เขิลลูกเดียวรุย..555+ *อะฮิๆ*
อิสฉาเจคิมมั่กมาก แอบจุ๊บหน้าผากแจแจด้วยง่าส์*กรี๊สๆ*
แต่..

มิกกี้~~~ น่าสงสารมั่กมาก ToT ออกแนวรักพี่ชายตัวเองจนสับสนหัวใจอย่างรุนแรง
แล้วจดหมายฉบับนั้น ทำร้ายใครไม่ทำ มาทำก่า...จุนซู *อ๊ากกกกกกกกก...โลมาาาาาา*

ความหมายของดอกไม้ชอบความหมายของคาร์เนชั่นสีแดงที่ซู๊ดดดดดด (จากความชอบส่วนตัว)
คิดว่าเป็นความหมายที่เหมาะที่สุดที่มิกกี้ให้แจ ได้โปรดเห็นใจความรักของฉันที่มีต่อเธอบ้าง
อ๊าาาา.... โรแมนซ์แบบ ดราม่าสุดๆ (????)

อือ..แต่แล้วเพราะอะไรยูชุนลืมส่งจดหมายฉบับนี้ให้กับแจจุง (แสตมป์หมดชัวร์)
*ไม่ใช่ๆ ไปรษณีย์ปิด*

ปัง!! *อ๊ากกกกกก..*

โอเคค่ะ..(ปัดฝุ่นๆ)^_^อาจจะมีเหตุผลบางอย่างซึ่งคงไม่ใช่อย่างที่นู๋เดาหรอก *กรั๊กๆ*

แจจุงยังเห็นยูชุนเป็นน้องชายอยู่ตามความรู้สึกของนู๋ แต่แค่อาจจะมีแบบ ชะเอิ่งเอิ้งเอย *อะไร?*
เอ่อ..แจอาจจะทำไปโดยไม่รู้สึกตัว..... (รึเปล่า?)
*ง่า..พูดวกวนยังไงไม่รู้ *

โชคชะตา..มักเล่นตลกเสมอ แต่..ไม่เห็นขำสักนิด..
ก็.. แจจุงนึกแค่ว่ายูชุนคือน้องชาย
แต่จริงๆ ใจแจอาจจะไปอยู่กับมิกกี้ก็ด่ะ...เนอะๆ

แต่...

เจคิมมมมม..ไต้ฝุ่น..จะไต้ฝุ่น หรือ บนฝุ่นก็เถอะ *หึงแจ @_@* 555+ ล้อเล่งๆ
แจจุงก็ดูรัก รุ่นพี่คนนี้จริงจริ๊งซะด้วยสิ อ่าาาา..ตื่นเต้ลอย่างแรง
เดาทางเรื่องไม่ถูกเลยค่ะ..

#40  by  อิกกิ At 2007-01-06 23:52, 
รีบๆมาต่อเรวๆนะคร้า...

ขอทวงเรื่องmouichido ฯไปด้วยแร้วกันนะคร้า^^
#41  by  Ch0co*,,, (124.120.104.241) At 2007-01-23 19:11, 
ง๊ากกกกกกกกกกกกกกกก
+
เศร้า จี๊สสสสส
+
ตาปาร์ค สุดที่ร๊ากกกกกกกกก น่าสงสารมากมาย
+
แจจ๋า มารักตาปาร์คชุนนี่ จิ
+
แง๊ๆๆ TT^TT
+
อ่านความหมายดอกไม้น้ามตาซึมเรยง่ะ
+
ตกลงแจเปนแฟนครัย ง่า
+
ยุน ? เจคิม ?
+
แง่มๆ งง ตงนี้จังเรยแฮะ (หรือว่านู๋โง่เอง -*-)
+
รัก แจมิก ฟิคเรื่องนี้ขอดันแจมิกค่า
+
ดันๆๆๆๆๆ TT^TT
+
พลีสสส
+
เรื่องอื่นแจโฮดีแร้นนะคะ
+
จู้ๆ ซู่ๆ
+
มาอัพเรวๆเน้
+
ค้าวอยากอ่านจาตายอยุ่แร้นนนนนนนน
+
ฟิคทั่น คือ ลมหายใจของเรา
+
ฮิ้วว..วว ดันๆๆ
+
ยัยนี่ รั่วป่าวฟะ
+
รักปาร์ค รักแจ สำหรับ เรื่องนี้ กิกิกิ
+
แจมิก ๆ ๆ ๆ
+
ยุนแจๆๆๆ หลายจัยคร่ะ -*-
+
งง กะตัวเองแระ ตอนนี้
+
ชอนคุงน่าจ๋งจ๋าน แจจ๋าสนใจชอนคุงหน่อยน๊ะ
+
เอาแจรักชอนหน่อยนะตัว
+
Pizzz*
+
รักคนแต่ง ก๊ะ!!
+
(คนแต่ง says: ชั้นไม่รักแก -*-)
+
เงิ๊กกก อะคุๆ มานั่งแพล่มรัยเนี่ย
+
ต่อเยวๆน้า
+
แจ มิก ฟอเรฟเวอร์ ในฟิคเน้ น้า...
+
ปล. มันขัดกับชื่อ คนพิมนะเนี่ย
#42  by  นู๋สุ่ยรักแจยุนกั๊บ (222.123.125.122) At 2007-03-13 18:39, 
รอฟิคเรื่องนี้อยู่นะค่ะ
ชอบมากๆ
สงสารมิก
ได้โปรดอย่าทำมิกเจ็บเลยนะค่ะ
#43  by  นก (125.26.115.142) At 2007-03-15 02:15, 
อ่านแร้วหดหู่อย่างบอกไม่ถูก

รุสึกว่า มันเส้า แร้วก้อลึกซึ้งเกินกว่าที่จะร้องไห้ออกมาได้

สงสารมิกจัง ไม่รุจะพูดอะไร

แต่เราชอบความรักแบบนี้นะ กล้าที่จะรัก กล้าที่จะข้ามเส้นที่คั่นความสัมพันธ์

ถึงแม้ว่ามันจะเจ็บปวด สิ้นหวัง

เห้อ แต่อ่านแร้วรักเทอจัง ยูชอนอปป้า

รออยู่นะคะ ^^

#44  by  riko* (124.120.243.206) At 2007-03-16 01:43, 
มิซากิจะไม่มาต่อหน่อยเหรอคะ

มานนานแล้วนะคะ ไม่ยอมมาต่อซากกะที
#45  by  jaejae (58.10.143.145) At 2007-03-29 14:17, 
อ๊ากกกกกกกกกกก
เศร้า น่าสงสารจุนซู
สงสาร ยูชอน เป็นโรคหัวใจหรอ?
หรือว่าโรคหอบอ่ะ แง๊ๆ
ไม่เอาๆ ไม่เอา เจคิม ไม่ได้หรอ
คือนั่งอ้านฟิคไปเนี่ย ไปเซิทหาในกูเกิลเลย
ใครฟ่ะ เจคิม อ่อออ เดอะ แทร็ค
อ๊ากก มาได้งายยยย ??
แล้ว ยุนโฮละ? เหอๆ คู่น้องมินแน่เลย
อ้าว มั่วแล้วตู โอยยย
ยิ่งดึกยิ่งรวน

รีบมาต่อนะค่า พี่มิซากิ
Mate&Soul
#46  by  Mate&Soul (125.24.180.118) At 2007-04-12 01:14, 
สงสารสุดใจเลย
#47  by  natty (138.243.162.161) At 2007-04-18 00:39, 
รีบมาต่อเร้วๆๆน่ะครับบบ
#48  by  โจ (84.151.54.216) At 2007-04-30 03:16, 
เจ้จ๋า อ่านอยุ่ๆๆดีๆๆ ตอนแรก เหงแจเปงแฟนยุน แอบอมยิ้มตั้งนานแล้วนี้..เคจิมอารัยนั้น...เค้ามาจากไหนง่ะฮ์อๆๆ คิดว่ายุนๆได้กับแจ

ดันๆๆ

มาต่อๆๆเร้วๆๆน่ะจ้ะคนอ่านรออยุ่
#49  by  โจ (84.151.54.216) At 2007-04-30 03:22, 
ก้อว่านายคนนี้หน้าคุ้นๆ
เค้าคือ ไต้ฝุ่น นะเอง
ชอบพล๊อต แทสมาเนียน เดวิล
น่าร้ากดีอ่ะ

ขอบทให้ยุนเค้าหน่อยดิ
อ่านแล้วร่าเริง ถึงจะไม่คู่แจก้อเหอะนะ
อ่ะๆ ยอมให้เรื่องนึงละกัน คิคิ

มิคเอ๋ย คิดอะไรแบบนั้นกะพี่ชายละค้าบ
รอดูสถานการณ์ต่อปายยงับ

ปล.แจต้องเรียกยุนว่าพี่ยุนไม่ใช่หรอ
เห็นหลุดมาตอนพูดกะเจคิม ว่ายุนเฉยๆ
#50  by  " Sorbet (124.120.228.77) At 2007-05-04 15:58, 

<< Home


HanulZora
View full profile